พายุซัดยักษ์ใหญ่! ยอดขายทั่วโลก TOYOTA ร่วงต่อเนื่องเดือนที่ 4 เซนซิทีฟหนักตลาดจีนดิ่งเหว 31%
- EV Cars Thailand

- 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา
- ยาว 1 นาที

รายงานตัวเลขยอดขายล่าสุดของยักษ์ใหญ่อันดับหนึ่งของโลกอย่าง TOYOTA Motor ประจำเดือนพฤษภาคม 2569 เผยให้เห็นสภาวะตลาดต่างประเทศที่ค่อนข้างตึงเครียด หลังยอดขายทั่วโลกร่วงลง 7.2% อยู่ที่ 834,279 คัน ส่งสัญญาณหดตัวติดต่อกันเป็นเดือนที่ 4
-ตลาดจีนกลายเป็นจุดฉุดรั้งใหญ่ ยอดขายวูบหนัก 31.7%: วิกฤตสำคัญของโตโยต้าเกิดจากตลาดรถยนต์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกอย่างประเทศจีน ที่ยอดขายดิ่งลงอย่างรุนแรงถึง 31.7% เหลือเพียง 102,299 คัน ปัจจัยหลักมาจากสงครามราคาที่ดุเดือดของค่ายรถยนต์ไฟฟ้าจีน (EV) ที่ขยับตัวเร็วและกดดันรถยนต์สันดาปอย่างหนัก รวมถึงราคาน้ำมันหน้าปั๊มในจีนที่ปรับตัวสูงขึ้นจนคนหันไปหาพลังงานทางเลือก
-ตะวันออกกลางอ่วมไม่แพ้กัน-ตลาดสหรัฐฯ เริ่มทรงตัว: นอกเหนือจากจีนแล้ว ตลาดตะวันออกกลางสะดุดตัวแรงถึง 38.6% จากปัญหาความไม่สงบทางภูมิรัฐศาสตร์และวิกฤตระบบโลจิสติกส์การขนส่งสินค้า ขณะที่ตลาดหลักอย่างสหรัฐอเมริกาก็เริ่มส่งสัญญาณชะลอตัวบางเบาโดยยอดขายขยับลง 0.6% มีเพียงตลาดในบ้านเกิดอย่างญี่ปุ่นที่ยังเติบโตได้ 11.1% จากความนิยมของ RAV4 และ bZ4X
-ปรับลดเป้าหมายและแผนกำลังผลิตยาวถึงปี 2027: จากสถานการณ์ยอดขายต่างประเทศที่ลดลง 9.6% ส่งผลให้ฝั่งโรงงานต้องปรับลดกำลังการผลิตทั่วโลกลง 5.5% ล่าสุดมีรายงานว่าโตโยต้าวางแผนที่จะปรับลดกำลังการผลิตในโครงข่ายต่างประเทศลงราว ๆ 100,000 คัน ยาวไปจนถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2570 เพื่อควบคุมสมดุลดีมานด์และซัพพลายให้สอดคล้องกับภาวะตลาดที่เย็นตัวลง
"บททดสอบสายป่านยุทธศาสตร์ Multi-Pathway ในวันที่ตลาดโลกเปลี่ยนทิศ" ตัวเลขยอดขายที่ลดลงต่อเนื่อง 4 เดือนติดของ TOYOTA เป็นสัญญาณเตือนภัยว่า แม้แบรนด์จะมีฐานรากที่แข็งแกร่งและมีรถไฮบริดคอยพยุง แต่การสูญเสียส่วนแบ่งการตลาดในจีนอย่างรวดเร็วให้กับค่ายอีวีท้องถิ่นกำลังกลายเป็นแผลใหญ่ที่มองข้ามไม่ได้ แม้ภาพรวมทางบริษัทจะยังคาดการณ์ยอดขายปีนี้ในระดับสูงใกล้เคียงเดิม แต่การยอมหั่นกำลังผลิตต่างประเทศลงแสนคันคือการยอมรับความจริงและส่งสัญญาณว่า ปีนี้ค่ายรถญี่ปุ่นต้องปรับทัพสู้ศึกหนัก ทั้งเรื่องต้นทุนซัพพลายเชนและเร่งสปีดเทคโนโลยีเพื่อดึงความเชื่อมั่นกลับมาให้ทันท่วงทีครับ
.
ที่มา TOYOTAGlobal
.
By Lamud
.










ความคิดเห็น