บอสใหญ่ CATL ดับฝันสายรอ! ชี้ ‘แบตเตอรี่โซลิดสเตต’ ยังติดล็อกแล็บ-ปัญหาระดับโมเลกุล ห่างไกลตลาดแมสอีกหลายปี!
- EV Cars Thailand

- 3 วันที่ผ่านมา
- ยาว 1 นาที

ท่ามกลางกระแสที่ค่ายรถยนต์สลับกันออกมาเคลมความสำเร็จของ แบตเตอรี่โซลิดสเตต (All-Solid-State Battery) ล่าสุด Robin Zeng (เจิง ยวี่ฉวิน) ประธานและซีอีโอของ CATL ยักษ์ใหญ่ผู้ผลิตแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าเบอร์ 1 ของโลก ได้ออกมาส่งสัญญาณเตือนและยอมรับตามตรงว่า เทคโนโลยีนี้ยังคงเผชิญกับอุปสรรคทางเทคนิคขั้นรุนแรง และยากที่จะเข้าสู่การผลิตเชิงพาณิชย์ในระดับแมส (Large-scale commercialization) ได้ก่อนปี 2573 (2030)
-ยังติดล็อกอยู่ที่เลเวล 4 (Restricted to Lab): บอส CATL เปิดเผยว่า หากวัดตามเกณฑ์ความพร้อมทางเทคโนโลยี 9 ระดับ (Technology Readiness Level) ปัจจุบันแบตเตอรี่โซลิดสเตตเพิ่งอยู่ในระดับที่ 4 เท่านั้น ซึ่งหมายความว่ามันยังถูกจำกัดอยู่แค่การทดสอบในห้องแล็บและการผลิตตัวต้นแบบวิศวกรรม (Prototype) เท่านั้น ยังไม่ได้ใกล้เคียงกับการขยับขึ้นไปสู่กระบวนการผลิตเพื่อจำหน่ายจริง
-คอขวดแรงดันมหาศาล 6,000 ชั้นบรรยากาศ: ปัญหาใหญ่ที่สุดในกระบวนการผลิตคือเลเยอร์รอยต่อระหว่าง "ของแข็งกับของแข็ง" (Solid-solid interface) วิศวกรต้องใช้แรงดันความร้อนสูงถึง 6,000 ชั้นบรรยากาศ (Atmospheres) เพื่อเชื่อมส่วนประกอบเข้าด้วยกัน ส่งผลให้วัสดุที่มีความหนาแน่นต่างกันเกิดการบิดเบี้ยว เสียโครงสร้างภายใต้แรงดันสูง นำไปสู่ความต้านทานภายในที่สูงขึ้นและทำให้เซลล์แบตเตอรี่เสื่อมสภาพอย่างรวดเร็ว
-ปัจจุบันของเหลวยังคงเป็นพระเอกในตลาดแมส: CATL ชี้ว่าในสมรภูมิจริงปัจจุบัน ปริมาณการผลิตที่ป้อนสู่ตลาดโลกยังคงต้องพึ่งพาแบตเตอรี่เคมีแบบดั้งเดิมที่มีของเหลว (Liquid-chemistry) เพื่อรักษาเสถียรภาพในการส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้า โดยในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา CATL เพิ่งทุบสถิติกำลังการผลิตติดตั้งพุ่งสูงถึง 33.08 GWh เติบโตขึ้นจากเดือนก่อนหน้าอย่างต่อเนื่อง
คำเตือนจากผู้นำตลาดอย่าง CATL สะท้อนให้เห็นว่า คำเคลมเรื่องแบตเตอรี่โซลิดสเตตจะมาในเร็วๆ นี้ของหลายค่าย เป็นเพียงเกมการตลาดเพื่อดึงความสนใจของผู้บริโภค ในความเป็นจริง ปัญหากายภาพระดับโมเลกุลและความคุ้มทุนในโรงงานผลิตขนาดใหญ่ยังเป็นโจทย์หินที่แก้ไม่ตก ทำให้แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนฟอสเฟต (LFP) และโซเดียมไอออน (Sodium-ion) จะยังคงเป็นขุมพลังหลักของรถ EV และระบบกักเก็บพลังงานไปอีกอย่างน้อย 4-5 ปีข้างหน้าครับ
.
ที่มา CarNewsChina
.
By Lamud
.










ความคิดเห็น