BYD เผยผลประกอบการครึ่งแรกปี 2026 ยอดส่งออกพุ่งสถิติใหม่ แต่ยอดขายรวมชะลอตัวจากปัญหา Blade Battery รุ่น 2 ขาดแคลน
- EV Cars Thailand

- 15 นาทีที่ผ่านมา
- ยาว 1 นาที

BYD ได้เปิดเผยรายงานทางการเงินประจำครึ่งแรกของปี 2026 (H1 2026) เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2026 เผยภาพรวมที่มีทั้งการเติบโตก้าวกระโดดในตลาดต่างประเทศ และความท้าทายจากข้อจำกัดด้านกำลังการผลิตในประเทศ
ผลประกอบการทางการเงิน (H1 2026)
- รายได้รวม (Operating Revenue): อยู่ที่ประมาณ 3.448 แสนล้านหยวน (ลดลง 7.13%) โดยรายได้หลัก 79.85% มาจากธุรกิจยานยนต์
- กำไรสุทธิ (Net Profit): อยู่ที่ประมาณ 1.232 หมื่นล้านหยวน (ลดลง 20.54%) ผลกระทบหลักมาจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนและการขาดทุนจากเงินตราต่างประเทศ
- สัญญาณฟื้นตัวใน Q2: ผลประกอบการเฉพาะไตรมาสที่ 2 มีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นถึง 30% และทำอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Margin) แตะระดับสูงสุดในรอบปีที่ 18.9%
ยอดขายชะลอตัวจากคอขวด "Blade Battery รุ่นที่ 2"
- ยอดขายรวม: ตั้งแต่ ม.ค. – มิ.ย. 2026 BYD ทำยอดขายรถยนต์พลังงานใหม่ (NEV) รวมราว 1.8085 ล้านคัน (ลดลง 15.72%)
- สาเหตุหลัก: หวังฉวนฟู่ (Wang Chuanfu) ประธาน BYD เผยว่า ปัจจัยสำคัญมาจากความต้องการเทคโนโลยีชาร์จไว (Flash Charging) ที่พุ่งสูง จนส่งผลให้กำลังการผลิตของ Blade Battery รุ่นที่ 2 (Second-Gen Blade Battery) อยู่ในช่วงเร่งปรับเพิ่มสายการผลิตและไม่เพียงพอต่อความต้องการ
ยอดส่งออกโตพุ่งกระฉูด และแบรนด์ระดับพรีเมียมขยายตัว
- ยอดส่งออกต่างประเทศ: ครึ่งปีแรก BYD ส่งออกรถยนต์ไปแล้วถึง 792,000 คัน (พุ่งสูงขึ้น 67.8%) คิดเป็นเกือบ 44% ของยอดขายทั้งหมดของบริษัท
- แบรนด์ระดับไฮเอนด์: ยอดขายรวมของแบรนด์พรีเมียม เช่น Denza, Fang Cheng Bao และ YangWang อยู่ที่ประมาณ 228,000 คัน (เติบโตขึ้น 61%) คิดเป็น 12.6% ของยอดขายรวม
แม้ตลาดส่งออกจะเติบโตอย่างโดดเด่น แต่มียอดขายในประเทศจีนที่ 1.016 ล้านคัน ส่งผลให้คู่แข่งสำคัญอย่าง Geely Auto ซึ่งทำยอดขายในประเทศได้ราว 950,000 คัน ในช่วงเวลาเดียวกัน กำลังขยับช่องว่างเข้ามาใกล้มากขึ้นเรื่อยๆ
.
ที่มา CarNewsChina
.
By Lamud
.










ความคิดเห็น