Renault ปรับกลยุทธ์! เตรียมฝังตัวในห่วงโซ่อุปทานจีน เพื่อลดต้นทุนและสู้ศึกรถ EV
- EV Cars Thailand

- 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา
- ยาว 1 นาที

Renault ปรับกลยุทธ์! เตรียมฝังตัวในห่วงโซ่อุปทานจีน เพื่อลดต้นทุนและสู้ศึกรถ EV โลก
CEO ของ Renault Group ได้ออกมาประกาศทิศทางสำคัญ โดยมุ่งเน้นการสร้างความร่วมมือเชิงลึกกับซัพพลายเออร์ในประเทศจีน (Deep Integration) เพื่อนำความได้เปรียบด้านต้นทุนและเทคโนโลยีไฟฟ้าที่รุดหน้าของจีนมาใช้ในรถยนต์รุ่นใหม่ๆ ของแบรนด์ที่จะวางขายทั่วโลก
ผลกระทบด้านราคา
การดึงจีนเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อุปทานอย่างเข้มข้น มีเป้าหมายหลักคือการ "ลดต้นทุนการผลิตลงให้ได้ 40%" * เป้าหมายนี้จะช่วยให้ Renault สามารถทำรถ EV รุ่นเริ่มต้นในราคาที่ต่ำกว่า 20,000 ยูโร หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 730,000 - 750,000 บาท ซึ่งจะมาท้าชนกับรถไฟฟ้าจีนที่กำลังบุกยุโรปอยู่ในขณะนี้
สเปกและประเด็นสำคัญของแผนงาน
-การพัฒนาเทคโนโลยี: Renault จะเพิ่มการใช้แบตเตอรี่และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ที่พัฒนาในจีนมากขึ้น โดยเฉพาะจากพันธมิตรอย่าง Geely
-ความเร็วในการผลิต: การร่วมมือกับซัพพลายเออร์จีนจะช่วยลดเวลาในการพัฒนารถรุ่นใหม่ (Time-to-market) จากเดิม 3 ปี ให้เหลือเพียง 2 ปี เท่านั้น
-ความร่วมมือกับ Geely: ทั้งสองบริษัทได้ก่อตั้งบริษัทร่วมทุนชื่อ "Horse" เพื่อพัฒนาเครื่องยนต์ไฮบริดและระบบส่งกำลังที่มีประสิทธิภาพสูงและราคาถูกลง
-การคงฐานการผลิต: แม้จะใช้ชิ้นส่วนจากจีนมากขึ้น แต่ Renault ยังคงยืนยันว่าจะรักษาฐานการผลิตและการประกอบหลักไว้ในยุโรป เพื่อเลี่ยงกำแพงภาษีและรักษาภาพลักษณ์แบรนด์
นี่คือการยอมรับความจริงของค่ายรถยุโรปว่า "หากสู้ไม่ได้ ก็จงเข้าร่วม" Renault รู้ดีว่าถ้ายังดันทุรังผลิตทุกอย่างเองในยุโรป จะไม่มีทางทำราคาไปสู้กับ BYD หรือ Tesla ได้เลย การดึงจีนมาเป็นพันธมิตรในระดับห่วงโซ่อุปทานแบบนี้ จะช่วยให้ Renault มีอาวุธที่ร้ายกาจขึ้นในแง่ของ "ราคาที่จับต้องได้" โดยที่ยังคงความเป็นรถยุโรปเอาไว้ได้ครับ
.
ที่มา CarnewChaina
.
By mesa
.










ความคิดเห็น