BYD Seagull Gen 2 ปรับยกชุดใหญ่! เปลี่ยนเป็นขับเคลื่อนล้อหลัง (RWD) พร้อมเพิ่มช่องเก็บของด้านหน้า (Frunk) และลำตัวยาวขึ้นเป็น 4.2 เมตร





รายงานข่าวจาก CarNewsChina เผยความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญของ BYD Seagull (หรือ Dolphin Mini / Dolphin Surf ในตลาดต่างประเทศ) รถยนต์ไฟฟ้าแฮตช์แบ็กยอดนิยม ที่เตรียมเปิดตัวเจนเนอเรชันที่ 2 ในชื่อ Great Seagull โดยมีการยกระดับวิศวกรรมตัวรถใหม่ทั้งหมด เพื่อยกระดับสมรรถนะและพื้นที่ห้องโดยสาร
สรุปไฮไลต์ความเปลี่ยนแปลงสำคัญใน BYD Seagull Gen 2
- เปลี่ยนระบบขับเคลื่อนเป็นขับหลัง (RWD): ปรับเปลี่ยนโครงสร้างงานวิศวกรรมแพลตฟอร์มใหม่ จากเดิมขับเคลื่อนล้อหน้า (FWD) สู่ระบบขับเคลื่อนล้อหลัง (RWD) เพิ่มความสนุกในการขับขี่และการกระจายน้ำหนัก
- เพิ่มช่องเก็บของด้านหน้า (Frunk): การย้ายชุดมอเตอร์และระบบขับเคลื่อนไปไว้ด้านหลัง ทำให้พื้นที่ห้องเครื่องด้านหน้าว่างลง BYD จึงออกแบบให้มีช่องเก็บสัมภาระด้านหน้า (Frunk) สำหรับเก็บสายชาร์จและสัมภาระเพิ่มเติม
- มิติตัวถังยาว 4,205 มม. (ยาวขึ้น 425 มม.), กว้าง 1,810 มม., สูง 1,570 มม. และระยะฐานล้อ 2,650 มม. (กว้างขึ้น 150 มม.) ปรับห้องโดยสารเป็นแบบ 5 ที่นั่งเต็มรูปแบบ
- มอเตอร์ไฟฟ้าขยับความแรงขึ้นเป็น 95 kW (127 แรงม้า) (จากเดิม 55 kW) จับคู่แบตเตอรี่ LFP FinDreams ความจุ 30 kWh และ 39.2 kWh ให้ระยะทางขับขี่ 320 – 420 กิโลเมตร (มาตรฐาน CLTC) ทำความเร็วสูงสุดได้ 150 กม./ชม.
- รองรับตัวเลือกติดตั้ง LiDAR บนหลังคา พร้อมระบบช่วยเหลือการขับขี่อัจฉริยะ DiPilot 300 (God's Eye B) สำหรับใช้งานระบบขับขี่อัตโนมัติในเมือง (Urban NOA)
.
ที่มา CarNewsChina
.
By Lamud
.










ความคิดเห็น