พลิกความเชื่อเดิม! สถิติโลก 2024–2025 เผยรถยนต์ Hybrid และน้ำมัน มีอัตราเกิดไฟไหม้สูงกว่ารถไฟฟ้า (BEV) 🚗
- EV Cars Thailand

- 12 ชั่วโมงที่ผ่านมา
- ยาว 1 นาที

ท่ามกลางข้อถกเถียงเกี่ยวกับการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดและความปลอดภัยของยานยนต์ไฟฟ้า ข้อมูลสถิติอุบัติภัยทางถนนทั่วโลกในรอบปี 2024–2025 ได้สะท้อนข้อเท็จจริงทางวิทยาศาสตร์ข้อมูลที่สวนทางกับความเข้าใจของสาธารณชน โดยพบว่ารถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ (BEV) มีอัตราความเสี่ยงในการเกิดเพลิงไหม้ต่ำที่สุดเมื่อเทียบกับระบบขับเคลื่อนรูปแบบอื่น
สรุปสถิติอัตราการเกิดเพลิงไหม้ (ต่อยอดขายรถยนต์ 100,000 คัน)
1.รถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ (BEV): มีอัตราการเกิดเพลิงไหม้เฉลี่ยเพียง 25 คัน (คิดเป็น 0.025%) ซึ่งถือเป็นระดับฐานความเสี่ยงที่ต่ำที่สุดในอุตสาหกรรม
2.รถยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายใน (ICE): มีอัตราการเกิดเพลิงไหม้สูงถึง 1,530 คัน (คิดเป็น 1.53%) หรือมีความเสี่ยงสูงกว่ารถยนต์ไฟฟ้า (BEV) ประมาณ 61 เท่า
3.รถยนต์ระบบไฮบริด (HEV / PHEV): ครองแชมป์อัตราการเกิดเพลิงไหม้สูงที่สุด อยู่ที่ 3,475 คัน (คิดเป็น 3.48%) ซึ่งมีความเสี่ยงสูงกว่ารถยนต์ไฟฟ้า (BEV) ถึง 139 เท่า เนื่องจากการบูรณาการระบบน้ำมันเชื้อเพลิงและระบบไฟฟ้าแรงดันสูงไว้ร่วมกัน เพิ่มจุดเสี่ยงทางวิศวกรรมเป็นเท่าตัว
บทวิเคราะห์และความซับซ้อนในเชิงปฏิบัติการ
-ทัศนะด้านอัคคีภัย: แม้ข้อมูลเชิงสถิติจะยืนยันว่ารถยนต์ไฟฟ้า (BEV) เกิดเพลิงไหม้ได้ยากกว่าอย่างมีนัยสำคัญ แต่ในแง่ของการควบคุมเหตุ (Operational Complexity) รถยนต์ไฟฟ้าจะใช้เวลาในการลุกไหม้ยาวนานกว่า และควบคุมเพลิงได้ยากกว่าเนื่องจากภาวะปฏิกิริยาความร้อนสะสมในแบตเตอรี่ (Thermal Runaway) ที่ต้องใช้น้ำปริมาณมากเพื่อหล่อเย็น
-การเติบโตของตลาดโลก: ข้อมูลจากทบวงการพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ระบุว่า ภาพรวมสัดส่วนรถยนต์ไฟฟ้าทั่วโลกพุ่งสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดด โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น เวียดนามและไทย มีอัตราการเข้าถึงตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV Penetration Rate) ขยายตัวในระดับแนวหน้าของโลกด้วยกลุ่มผลิตภัณฑ์ระดับราคาที่เข้าถึงได้ง่าย
.
ที่มา ข้อมูลจากอุบัติเหตุและประกันจากหลายประเทศ 2024-2025
.
By Lamud
.










ความคิดเห็น