AAA เปิดผลทบสอบยืนยันรถไฟฟ้า BEV ไม่ทนหนาว -6.7°C รถไฮบริด HYBRID ไม่ทนร้อนจัด 35°C 🚗
- EV Cars Thailand

- 12 ชั่วโมงที่ผ่านมา
- ยาว 1 นาที

หลายท่านที่ใช้งานรถยนต์ไฟฟ้า (BEV) หรือรถยนต์ไฮบริด (HEV) อาจเคยตั้งข้อสงสัยว่าเหตุใดระยะทางที่ขับขี่ได้จริงจึงมีความคลาดเคลื่อนจากตัวเลขที่ระบุไว้ในโบรชัวร์ ล่าสุด สมาคมรถยนต์แห่งอเมริกา (AAA) ได้เผยแพร่ผลการวิจัยเชิงลึกที่ชี้ให้เห็นถึงปัจจัยสำคัญทางกายภาพ นั่นคือ “อุณหภูมิสภาพแวดล้อม” ที่ส่งผลต่อการใช้พลังงานและระยะทางวิ่งของยานยนต์สมัยใหม่
สรุปสาระสำคัญจากการทดสอบการทดสอบในห้องปฏิบัติการควบคุมอุณหภูมิของ AAA ได้จำลองสภาวะอากาศ 3 รูปแบบ เพื่อวัดผลกระทบต่อแบตเตอรี่และอัตราสิ้นเปลือง โดยมีประเด็นที่น่าสนใจดังนี้:
1. สภาวะอากาศร้อนจัด (35°C):
-รถยนต์ไฟฟ้า (BEV): ระยะทางที่วิ่งได้ลดลงเฉลี่ย 8.5% และประสิทธิภาพการใช้พลังงานโดยรวมลดลง 10.4%
-รถยนต์ไฮบริด (HEV): อัตราการประหยัดน้ำมัน (MPG) ลดลงประมาณ 12%
สาเหตุ: ระบบจัดการอุณหภูมิแบตเตอรี่ (Battery Thermal Management System) และระบบปรับอากาศต้องใช้พลังงานสูงขึ้นเพื่อรักษาอุณหภูมิในห้องโดยสาร
2. สภาวะอากาศหนาวจัด (-6.7°C):
-รถยนต์ไฟฟ้า (BEV): ได้รับผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญ โดยระยะทางวิ่งลดลงถึง 39% และประสิทธิภาพพลังงานลดลง 35.6%
-รถยนต์ไฮบริด (HEV): อัตราการประหยัดน้ำมันลดลง 22.8%
สาเหตุ: อุณหภูมิที่ต่ำส่งผลโดยตรงต่อปฏิกิริยาเคมีภายในแบตเตอรี่ และการใช้พลังงานจำนวนมากเพื่อสร้างความร้อนในห้องโดยสาร (Heater)
ข้อแนะนำสำหรับผู้ใช้งานข้อมูลการวิจัยนี้ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถบริหารจัดการการเดินทางและวางแผนการชาร์จได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
-สำหรับประเทศไทย: แม้สภาพอากาศส่วนใหญ่จะอยู่ในเกณฑ์ปกติ แต่ในช่วงที่อากาศร้อนจัด ผู้ใช้งานควรเผื่อระยะทางในการเดินทางหรือวางแผนการชาร์จไฟล่วงหน้า เพื่อรองรับอัตราการใช้พลังงานที่อาจเพิ่มขึ้นประมาณ 10%
-การเลือกใช้งาน: ควรพิจารณาสภาพอากาศในพื้นที่ใช้งานและรูปแบบการขับขี่ประกอบ เพื่อให้ได้ยานพาหนะที่ตอบโจทย์ความคุ้มค่าและไลฟ์สไตล์อย่างแท้จริง
ผลการศึกษานี้ตอกย้ำให้เห็นว่า นอกเหนือจากเทคโนโลยีของตัวรถแล้ว “สภาพแวดล้อม” เป็นปัจจัยที่ผู้ใช้ควรทำความเข้าใจ เพื่อการใช้งานยานยนต์ไฟฟ้าและไฮบริดได้อย่างเต็มประสิทธิภาพสูงสุด
.
ที่มา CarNewChina
.
By Lamud
.










ความคิดเห็น