สงครามราคาพ่นพิษ! 6 ค่ายรถยักษ์ใหญ่จีนอ่วม ต้นทุนวัตถุดิบ-ชิปพุ่ง ฉุดกำไรดิ่ง-กอดคอขาดทุนระนาว
- EV Cars Thailand

- 18 ก.ค.
- ยาว 1 นาที

เบื้องหลังสงครามราคาที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก! ข้อมูลคาดการณ์ผลประกอบการครึ่งแรกของปี 2569 ของค่ายรถยนต์สัญชาติจีนรายใหญ่ สะท้อนภาพวิกฤตต้นทุนต้นน้ำพุ่งสูง กัดกินกำไรอย่างรุนแรง โดยจาก 6 บริษัทยักษ์ใหญ่ มีถึง 4 รายที่เผชิญภาวะขาดทุน ส่วนรายที่รอด กำไรก็วูบหายไปมากกว่าครึ่ง
เจาะตัวเลขขาดทุนครึ่งปีแรก (H1 2026):
-GAC Group: คาดขาดทุนสุทธิ 4,060 - 4,570 ล้านหยวน (ราว 2 หมื่นล้านบาท) สาเหตุจากยอดขายแบรนด์ร่วมทุนดิ่ง และต้นทุนการตลาดพุ่ง
-Seres (ผู้ผลิต Aito ร่วมกับ Huawei): พลิกกลับมาขาดทุน 1,500 - 1,800 ล้านหยวน จากปัญหาซัพพลายเชน
-BAIC Bluepark: ขาดทุน 1,770 - 1,970 ล้านหยวน จากงบวิจัย (R&D) และต้นทุนชิ้นส่วน
-Changan Auto: แม้จะยังไม่ขาดทุน แต่กำไรวูบหายถึง 57.6% – 67.7% จากการลงทุนต่างประเทศและต้นทุนที่แบกรับ
ปัญหาใหญ่คือ ชิปและวัตถุดิบต้นน้ำ ราคาพุ่งสูงโดยไม่มีระบบป้องกันความเสี่ยงด้านราคา (Hedging) บีบให้ค่ายรถต้องซื้อราคาเต็ม ส่งผลให้ต้นทุนผลิตรถยนต์เฉลี่ยต่อคันพุ่งสูงขึ้น 4,000 - 7,000 หยวน (ราว 20,000 - 35,000 บาท) และถ้าเป็นรถหรู ต้นทุนอาจดีดสูงถึง 50,000 บาทต่อคัน!
ยักษ์ใหญ่หลายค่ายเริ่มแก้เกมด้วยการข้ามไปเซ็นสัญญาระยะยาวกับโรงงานผลิตชิปโดยตรงเพื่อล็อกราคา สถานการณ์นี้ชี้ชัดว่า สมรภูมิหลังจากนี้ ค่ายรถที่มีกำลังการผลิตขนาดยักษ์ (Economy of Scale) และมีรถกลุ่มพรีเมียมมาร์จิ้นสูงเท่านั้นที่จะอยู่รอด ส่วนค่ายที่เน้นตัดราคาขายรถเล็กอย่างเดียว...กำลังเข้าขั้นวิกฤตครับ
.
ที่มา CarNewsChina
.
By Lamud
.










ความคิดเห็น